[OS]... Need You Now ...

posted on 20 Feb 2012 21:19 by pnzisvip

Title: Need you now#

Pairing: Tempo x Jiyong

Fandom: Big Bang

Rate: PG-13

Author: pnzisvip

 

 

 

 

 

 

 

 

 

And I don’t know how, I can’t do without.

I just really need you now

เคร้ง!!!

เศษชิ้นส่วนของแจกันกระเบื้องสีเงินเข้ม แตกกระจายออกจากกันไม่เหลือชิ้นดี ...ไม่ต่างจากอะไรกับความรู้สึกที่แสนเปราะบางของคนทั้งคู่ กระทบโดนอะไรเข้าหน่อยก็ แตกหักแล้ว

ยากนักที่จะต่อเติมให้มันกลับมาเป็นดังเดิม

น้ำตาหนึ่งหยดทิ้งตัวลงจากหางตาเรียวอย่างเงียบเชียบ ปราศจากเสียงสะอื้นใดๆ ร่างๆนั้นทำเพียงยืนมองอีกฝ่ายทำลายข้าวของ ที่ครั้งหนึ่งมัน เคยเป็น ‘ของๆเรา’ อย่างไม่ใยดี

ราวกับหัวใจถูกบีบคั้น มือหนาของคนที่ตอนนี้เมามายไม่ได้สติเต็มที่ หยิบกรอบรูปใบหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะปล่อยมันลงกระแทกพื้น...เศษกระจกใสแตกละเอียดกระจายตัวรอบๆ ภาพแห่งความทรงจำที่สวยงาม ภาพของคนทั้งคู่ที่ครั้งหนึ่ง ยืนยิ้มในอ้อมกอดของกันและกันอย่างมีความสุขแยกขาดออกจากกัน

 

ไม่อาจยั้งเรียวขาทั้งสองข้างของตนให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ร่างเล็กเดินฝ่าเศษกระเบื้องและกระจกที่กระจายตามพื้น ในแต่ละย่างก้าวที่เดิน เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับผิวหน้าคมแหลมของมัน เลือดข้นไหลซึมออกมาเป็นทาง แต่เค้าก็ไม่ได้หยุดมอง ยังคงเดินไปเพื่อจะหยิบกรอบรูปใบนั้น...

ย่อตัวลง ทอดมองมันอย่างอาลัย มือเล็กไล้ที่รูปภาพเบาๆ

จบแล้วสินะ...แยกขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์

ถ้าหากใช้กาวติด รูปภาพใบนี้มันจะเป็นเหมือนเดิมมั้ย?

 

 

...เราจะกลับมาเป็นดังเดิม เหมือนแต่ก่อนได้มั้ย?

ไม่รู้

 

รู้เพียงว่าตอนนี้ ไม่อาจจะทนอีกต่อไป รั้งไว้ก็มีแต่เจ็บปวด ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน มันกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น กัดกร่อนไปทีละนิด

“เทมป์...” เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา เหนื่อยล้าแล้วที่จะต้องทนมองคนๆนี้ เป็นบ้าและคลั่ง ราวกับเสียสติเพราะตัวเอง

 

“ยุติเถอะ...”

ใจแข็งไม่พอ ไม่กล้ามองน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มของร่างสูง ไม่อยากเห็นความอ่อนแอของคนตรงหน้า ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทั้งหมด

“...ไม่” เสียงทุ้มแหบพร่าหนักแน่นในความรู้สึก จากนั้น...ร่างสูงเดินโซเซไปที่ประตูหายออกไปพร้อมกับลมเย็นที่ลอยลอดเข้ามา  ทิ้งให้อีกคน นั่งร้องไห้กับตัวเองกลางห้อง ท่ามกลางความเงียบ

.

 

.

ตีหนึ่ง ยี่สิบห้า...

มึนหัวชิบหาย จียง ทำไมภาพของนายไม่หายไปจากหัวชั้นซะที ทำไม?

“เชี้ยแมร่ง เป็นห่าอะไร เล่าให้กูฟังบ้างก็ไม่เสียหายนะเว้ย ไม่ใช่เอาแต่กรอกเหล้าลงปากแบบนี้” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตะโกนถามรุ่นน้องคนสนิท แข่งกับเสียงเพลงในผับอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ตับแข็งตายห่าทำไงเนี่ย?” ชายร่างเล็กเจ้าของผับเอ่ยเสริม มือเล็กๆโบกหัวของรุ่นน้องไปมาอย่างหมันไส้

 

“ก็ตายดิ” ตอบเสียงเรียบ และกลืนของเหลวรสขมร้อนลงคออย่างที่ทำมาตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

“ควาย ยังมีอารมณ์มีกวนตีนกูอีกนะ... เท็ดดี้กูว่าอีแบบนี้ ทะเลาะกะเมียมาแหง”

“ตอนนี้น่ะไม่มีเมีย ...หึ ก็เป็นคนบอกเองหนิ ว่าให้จบ”

 

“โอ้!! กูว่าครั้งนี้ถึงขั้นตัดขาดกันเลยว่ะ”

“...ถ้าจียงมาได้ยินจะเสียใจมากแค่ไหนเนี่ย? คิดบ้างดิวะ”

“เสียใจอะไร...เค้าต่างหากที่ ขอตัดขาดจากผมเอง...เหอะ”

 

“นี่อย่าบอกว่าเลิกกันแล้วอ่ะ?” รุ่นพี่ร่างโปร่งอีกคนเดินเข้ามาในวง พลางเอ่ยถามสีหน้าจริงจัง

“ยังหรอก... ผมไม่เลิก”

 

“มีอะไรก็คุยกันดีๆดิวะ อย่าใช้แต่อารมณ์ตัดสินปัญหาสิ” ร่างกำยำอีกร่างเดิน เข้ามายืนขนาบข้างร่างโปร่งพร้อมกับออกความเห็น   

“พูดก็พูดได้นะ...แต่ตอนนี้มันเกินเยียวยา”

“ชั้นเข้าใจแกนะ เทมป์...”

“ผมผิดมากสินะ หึ... ก็ผมเป็นของผมแบบนี้ จะให้คนอย่างชเว ซึงฮยอน เลิกทำสิ่งที่เป็นตัวเองเพื่อคนอื่น ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะ ควอน จียง ผมก็ทำไม่ได้” ใบหน้าคมคายฟุบลงที่โต๊ะเหล็ก มือทั้งสองข้างกำแน่น เมื่อรู้สึกเปียกชื้นที่ข้างแก้ม

 

“พวกแกมันก็ผิดกันทั้งคู่...เคยซักครั้งมั้ยที่จะยอมประนีประนอมฟังกันบ้างน่ะ”

“...ถ้าไม่ปรับตัวเข้าหากันแล้วจะอยู่ด้วยกันได้เหรอวะ?”

“ลองกลับไปพูดกันดีๆ ใช้หัวใจคุยกันสิ...มันอาจจะทำอะไรๆดีขึ้น”

...ใช้หัวใจงั้นเหรอ?

.

 

.

 

ตีหนึ่ง ยี่สิบห้า

 

แค่หวังว่านายจะกลับมากอดชั้นเอาไว้ เหมือนอย่างที่ชอบทำ ซึงฮยอน ชั้นหวังมากเกินไปสินะ

“เป็นห่วงกันนัก พาออกไปตามดีมะ เห็นมองตลอดเลยนะ ประตูห้องเนี่ย”

“ไม่จำเป็น”

 

“ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะ รุนแรงถึงขนาดกับเลือดตกยางออกเลย” มือหยาบบรรจงห่อผ้าพันแผลที่ฝ่าเท้าเล็กให้เพื่อนตัวบางที่นั่งบนโซฟา

ไม่อยากจะคิดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่บ้าง วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา สภาพข้าวของกระจัดกระจาย เศษกระจก เศษกระเบื้องเกลื่อนกลาดตามพื้นห้อง กลางห้องนั้นมี หนึ่งร่างกำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นร้องไห้แทบเป็นสายเลือด จนตอนนี้ดวงตาเรียวก็คงบวมช้ำอยู่                 

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย...ขอบใจที่มานะยองเบ” จียงเลี่ยงไม่ตอบคำถาม ไม่อยากพูดถึงสาเหตุ แค่คิดถึงก็พาลน้ำตาจะไหล

 

ชั้นไม่มีค่าอะไร พอให้นายต้องมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อชั้น...

“หมายความว่าไง? จียง”

“ชั้นขอเลิกเค้าแล้ว...”

 

“ไม่น่า...ชั้นไม่คิดว่า”

“ในเมื่อชั้นไม่เคยมีค่าอะไรสำหรับเค้า อยู่ด้วยกันก็มีแต่กำแพงของความอึดอัดกั้นเราเอาไว้อยู่ แล้วจะทนต่อไปทำไม?” จียงสะอื้นไห้ คำพูดต่างๆนานาที่อยากจะพูดกับคนรักแต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะได้พูดหลั่งไหลออกมาจากเรียวปากสีสด

 

“ถามมันแล้ว? แน่ใจ? หรือว่าแค่คิดไปเอง ที่สำคัญ นายทนได้เหรอ?”

“...”

 

“อย่าเพิ่งวู่วามดิ มีอะไรก็ให้คุยกัน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กันแบบนี้”

“ยองเบ” ร่างบางโผเข้ากอดเพื่อนตัวหนา

 

“ถ้าร้องแล้วมันทำให้แกสบายใจ ก็ร้องออกมา...ถ้าซึงฮยอนกลับมาแล้วต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะ มันอาจจะมีเหตุผลของมันก็ได้”

 

“ขอบคุณนะ...”

 

.

.

 

 

.

ร่างบางหลับไปทั้งๆที่น้ำตายังนองหน้า กลางเตียงใหญ่ เพราะฤทธิ์ของยาแก้ปวด คิ้วเรียวขมวดหม่นเข้าหากัน เหมือนคนที่มีเรื่องต้องให้คิดอยู่ตลอดเวลา

“ขอโทษ...” มือใหญ่ลูบไล้ที่ข้างแก้มนุ่มแผ่วเบา

 

แววตาคมสะท้อนแววของความรู้สึกผิด พลันเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษที่ขาดออกจากกันในมือเล็ก ซึ่งเจ้าตัวกำมันเอาไว้แน่น

...ซึงฮยอนแกะมันออกจากมือของจียงเบาๆ

ภาพของเราสองคนที่ยืนยิ้มให้กันอย่างมีความสุขในวันวาน ขาดออกเป็นสองส่วน...โดยฝีมือของเค้า

“เทมป์ ซึงฮยอน...ฮึก” เสียงแผ่วเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีสด

 

ร่างสูงนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น อยากจะเดินเข้าไปกอด อยากปลอบ แต่เค้าทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเกิดจากความไม่เอาไหนของเค้า เพราะเค้าดื้อ ไม่ยอมรับฟัง เค้าทำให้จียงต้องร้องไห้เสียใจนับครั้งไม่ถ้วน แล้วเค้ายังจะมีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับจียงได้อีกเหรอ?

 

ประตูบานใหญ่ปิดลงแผ่วเบาๆ แผ่นหลังกว้างแนบชิดกับมัน เค้าปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา โดยไม่คิดที่จะเช็ด

หวังว่านี่จะเป็นทางเดียวที่ทำให้จียงไม่ต้องทนเสียใจกับคนอย่างเค้าอีกต่อไป

ถึงแม้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะทำให้เค้าต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเลยก็ตาม

...

 

ฝันไปรึป่าว? สัมผัสอ่อนโยนที่ข้างแก้มเมื่อคืน ...เค้าคิดไปเองสินะ ในเมื่อตื่นมาไม่มีใครคนนั้นเหมือนอย่างเคย เรียวตาเล็กเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยความหวังว่าจะพบเจอ แต่ไม่เลย เห็นแต่ภาพของเราที่ถูกติดแปะเข้าด้วยกันลวกๆ ที่ถูกวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง

 

นั่นสินะ...มันขาดไปแล้วจะให้เป็นเหมือนเดิมได้อย่างไร

...ไม่มีทาง

น้ำตาที่ไหลไม่หยุดแม้กระทั่งตอนหลับตั้งแต่เมื่อคืน ไหลลงมาอาบแก้มอีกครั้ง

‘ขอโทษ ชั้นจะไป...ถ้ามันทำให้นายไม่ต้องเจ็บปวดอีก ชั้นรักนายนะ...’ ตัวหนังสือหวัดๆอยู่ข้างหลังรูปภาพ จียงยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นสะอื้น...

 

ตัวเองเป็นคนบอกให้จบเองไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงเจ็บแบบนี้ จะให้ทำอย่างไร? นี่เป็นสิ่งที่เราคิดมาตลอดไม่ใช่เหรอ ว่ามันจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน แดมน์...เคยคิดไว้ว่าต้องทนได้ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

 

เรียวแขนเล็กยกขึ้นโอบกอดร่างบอบบางของตัวเองแน่น ...แทนกันไม่ได้เลย กับอ้อมกอดของซึงฮยอน

Rrrrr rrrrrrr

โทรศัพท์เครื่องบางแผดเสียงลั่นห้อง มือบางที่ยังสั่นเลื่อนหยิบขึ้นมากดรับ

“จียง...”

“ย..ยองเบ ฮึก...ซึง ฮือ...ฮยอน”

“รอชั้นอยู่ที่นั่นนะ อย่าไปไหนนะ”

 

สิบนาทีต่อมา ประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้ามา ร่างสันทัดของเพื่อนรักพุ่งตรงมายังร่างอ่อนแรงของคนที่ร้องไห้แทบไม่เหลือน้ำตาให้ไหล

 

“ร้องไห้ทำไม?”

จียงไม่ตอบ มือเล็กสั่นเทายื่นแผ่นกระดาษสภาพปางตายให้เพื่อนรัก

 

ยองเบอ่านข้อความด้านหลังภาพ ก็เข้าใจทันทีว่าเพราะอะไรถึงทำให้เพื่อนรักเป็นแบบนี้

“พวกนายสองคนรักกัน ชั้นรู้ว่าไม่นาน...ซึงฮยอนก็จะกลับมา”

“แต่ ฮึก...ถ้าเป็นเหมือนเดิมอีกล่ะ ฮือ...ชั้น”  จียงฟูมฟายเหมือนเด็กน้อยหลงทาง เค้าคิดอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้  ความคิดในหัวมันตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด 

 

แต่ถ้าซึงฮยอนหายไปแบบนี้จริงๆ ...เค้าคงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ

“ลองถามใจตัวเองดู ว่าตอนนี้นายต้องการให้ซึงฮยอนกลับมามั้ย?”

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ต้องการ คำว่า ใช่ ดังก้องอยู่ในใจ

 

 

“ทำแบบนี้ มันดีแล้วเหรอวะ?” รุ่นพี่หน้าขาวคนสนิท เอ่ยถามคนที่เอาแต่นั่งซึมกะทือไม่พูดไม่จน เหมือนวิญญาณออกจากร่าง

“ผมคิดว่า มันดีต่อจียง เค้าจะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะผมอีก...ในเมื่ออยากเลิก ผมก็จะทำให้”

“แล้วแกล่ะ? ทำไมไม่หัดคิดเผื่อหัวใจตัวเอง...”

 

“ก็เพราะคิดถึงแต่ตัวเองไง จียงถึงต้องร้องไห้เพราะผม”

“แล้วแกไม่ต้องการจียงหรอกเหรอ?...แกคิดว่าทำแบบนี้แล้วจียงจะมีความสุขเหรอ?”

 

“...”

“ซึงฮยอน ถามใจตัวเองดู แล้วกลับไปทำอะไรๆให้มันชัดเจน อย่าให้มันค้างคา โอเคมั้ย?”

“ผม...”

“เชื่อชั้น... ชั้นเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนแก” ดองอุคตบมือลงที่บ่าหนาเป็นการให้กำลังใจ

“บอกตามตรง ว่าถ้าไม่มีจียง ผมก็เหมือนตายทั้งเป็น” ร่างสูงพึมพำเสียงเบา มือหนาลูบเบาๆที่แหวนเงินเกลี้ยง ตรงตำแหน่งนิ้วนางข้างซ้าย

 

“นั่นไง ...กลับไปบอกเค้า ว่ารู้สึกยังไง กลับไปทำความเข้าใจกันเองซะ”

...

 

 

 

 

 

เหงามากจริงๆ...เพิ่งรู้เลยว่า อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้

 

ก็เพราะตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา มีคนๆนั้นอยู่เคียงข้างเสมอนี่ แม้ว่าจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่เราสองคนก็ประคองกันและกันก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมา

แต่วันนี้ไม่มีเค้าแล้ว 7 ปีของเราหายไปแล้ว...

จียงเหลือบมองแผ่นรูปแห่งความทรงจำ ถึงมันจะติดกาวแล้ว แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมในความรู้สึกของเค้าอยู่ดี

 

แหวนเงิน... บนนิ้วนางข้างซ้ายยังคงอยู่ตำแหน่งเดิมของมัน ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดจะบอกได้ดีว่า สถานภาพของทั้งคู่ไม่เหมือนเดิม แต่จียงก็ไม่คิดจะถอดแหวนออก เค้าหวังว่าฝ่ายนั้นจะกลับมากอดเค้า...และบอกกับเค้าว่า

 

“ขอโทษ...” วงแขนอุ่นกระชับร่างบางให้แนบชิดมากกว่าเดิม

“...เทมป์” จียงครางชื่อชายหนุ่มเสียงแผ่ว สุดท้าย...ซึงฮยอนก็กลับมาจริงๆ

 “ชั้นเพิ่งรู้ว่า ชั้นต้องการนายมากมายขนาดนี้ ...ชั้นอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าหากไม่มีนาย”

 

“ชั้นก็...เหมือนกัน” 

“เรามาเริ่มต้นใหม่กันได้มั้ย?”

 

“ชั้นสัญญา ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนาย” ร่างสูงวางคางที่ปลายไหล่มน เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ดังข้างๆหู... ตอนนี้ความเหน็บหนาวได้ถูกเต็มเติมด้วยอ้อมกอดอุ่นที่แสนคุ้นเคย

“...ถ้านายลำบากใจ ก็ไม่จำเป็นหรอก ชั้นต่างหากที่ควรจะยอมรับในสิ่งที่คนรักเป็น ถึงจะถูก...ขอโทษนะ...” จียงหันกลับไปยิ้มจริงใจให้กับคนเบื้องหลัง

 

“ชั้นยินดี”

“ขอบคุณ...”

 

 

“...ชั้นรักนาย จียง”

“ชั้นก็รัก ซึงฮยอนนะ...”

 

...

 

ภาพใบเก่าถูกแทนที่ด้วย ภาพใบใหม่ของคนสองคนที่ตระกองกอดกัน อย่างมีความสุข พร้อมกับจมูกโด่งฝังลงแนบแน่นที่พวงแก้มใส ใบหน้าของคนทั้งคู่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ปราศจากความทุกข์ใดๆ ความรู้สึกเก่าๆที่มันไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ กำลังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่มีแต่จะรักกันมากขึ้น

เพราะได้ปรับความเข้าใจกันอย่างจริงจัง จึงได้รู้ ว่าต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร

 

และความจริงก็คือ ทั้งคู่ต้องการซึ่งกันและกัน อย่างไม่มีเงื่อนไข

 

 

 

 

 

End.

 


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกมากเลยค่ะ นึกว่าจะเลิกแบบไม่กลับมารักกันแล้วอีกต่อไปป รักกันนานๆนะ

#1 By SillyRabbit on 2012-02-22 17:32

ลุ้นมากเหอะค่ะ
ทะเลาะกันรุนแรงจริงๆ

มันก็จริงนะคนอยู่ด้วยกันก็ควรปรับตัวเข้าหาซึ่งกันและกัน
และยิ่งรักกันมากแบบนี้
มันก็ไม่ยากหรอก
นี้ก็เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่เลยอ่ะ
เชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะรักกันยิ่งๆขึ้นๆไป หุหุหุ

แต่งมาอีกนะค่ะ เค้าชอบมากเลย ทุกเรื่องอ่ะ
จะรออ่านนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By mintaname on 2012-02-24 10:12